สงครามสิบสองวัน
70 languages
- Afrikaans
- azərbaycanca
- Bahasa Indonesia
- Bahasa Melayu
- brezhoneg
- català
- čeština
- Cymraeg
- Deutsch
- eesti
- English
- español
- Esperanto
- français
- Gaeilge
- Hausa
- hrvatski
- interlingua
- íslenska
- italiano
- Kiswahili
- kurdî
- latviešu
- lietuvių
- magyar
- Nederlands
- norsk bokmål
- oʻzbekcha / ўзбекча
- polski
- português
- Qaraqalpaqsha
- română
- shqip
- Simple English
- slovenščina
- srpskohrvatski / српскохрватски
- Sunda
- suomi
- svenska
- Tiếng Việt
- toki pona
- Türkçe
- walon
- Ελληνικά
- български
- қазақша
- русский
- српски / srpski
- українська
- მარგალური
- ქართული
- հայերեն
- עברית
- ئۇيغۇرچە / Uyghurche
- اردو
- الدارجة
- العربية
- پښتو
- پنجابی
- تۆرکجه
- فارسی
- کٲشُر
- کوردی
- مازِرونی
- বাংলা
- தமிழ்
- မြန်မာဘာသာ
- 한국어
- 中文
- 日本語
From WikiRecord, the encyclopedia of everything · from the Thai Wikipedia
| สงครามสิบสองวัน | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส่วนหนึ่งของ ความขัดแย้งอิสราเอล–อิหร่าน | |||||||
ตามเข็มนาฬิกาจากบน:
| |||||||
| |||||||
| คู่สงคราม | |||||||
|
|
| ||||||
| ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ | |||||||
|
|
| ||||||
| หน่วยที่เกี่ยวข้อง | |||||||
| |||||||
| ความสูญเสีย | |||||||
|
อ้างโดยอิสราเอล 25 ผู้ตาย 2,454 ผู้บาดเจ็บ |
อ้างโดยอิหร่าน: 430+ ผู้ตาย 3,500+ ผู้บาดเจ็บ | ||||||
สงครามสิบสองวัน (อังกฤษ: Twelve-Day War) เป็นการขัดแย้งกันทางอาวุธระหว่างประเทศอิหร่านและประเทศอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2025 โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน ให้เหตุผลว่าเพื่อหยุดยั้งการขยายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน[2][3]
ช่วงค่ำของวันที่ 13 มิถุนายน อิหร่านเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และส่งโดรนถล่มเป้าหมายทางทหาร หน่วยข่าวกรอง และย่านที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ความขัดแย้งครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากการโจมตีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองประเทศเคยมีการปะทะกันมาแล้วในเดือนเมษายนและตุลาคม 2024 สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลางที่เริ่มหลังเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รวมถึงสงครามในกาซา ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบุลลอฮ์ และวิกฤตการณ์ทะเลแดง
การโจมตีของอิสราเอลได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มฝ่ายค้านในอิหร่านบางกลุ่ม และจากอดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่เรียกร้องให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้ถูกประณามโดยรัสเซีย จีน และหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ขณะที่สหภาพยุโรปและประเทศหลักในยุโรปได้ประณามอิหร่านว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพ เรียกร้องให้อิหร่านไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และขอให้อิสราเอลกับอิหร่านลดความตึงเครียดลง
อิสราเอลเปิดฉาก
13 มิถุนายน 2025 ประเทศอิสราเอลเปิดฉาก "ปฏิบัติการสิงโตผงาด" (Operation Rising Lion) เพื่อทำลายภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยถือเป็นการโจมตีข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลในรอบหลายทศวรรษ เป้าหมายหลักของปฏิบัติการคือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงการตัดรอนขีดความสามารถของกองทัพอากาศอิหร่าน ทั้งนี้ก่อนปฏิบัติการ มอสสาดของอิสราเอลได้ทำปฏิบัติการลับหลายชุด ทั้งการก่อวินาศกรรมภายใน และการใช้สัญญาณวิทยุเพื่อข่มการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน
ปฏิบัติการเริ่มต้นด้วยการใช้เครื่องบินรบมากกว่า 200 ลำ รวมถึง F-35I และ F-15I พร้อมอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง ทิ้งระเบิดกว่า 330 ลูกใส่เป้าหมายทั่วอิหร่าน โดยเฉพาะสถานที่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่ฟุรโดว์ (Fordow), แนตันซ์ (Natanz) เอสแฟฮอน (Isfahan) และฐานยิงมิสไซล์ที่ฆอราแมบาด[4] อิสราเอลยังได้โจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธใกล้นครแทบรีซ ฐานขีปนาวุธในนครเคร์มอนชอฮ์ และสถานที่ของกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามใกล้กรุงเตหะรานและในเมืองปีรานชาฮ์ร การโจมตียังสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะด้วย เช่นโรงกลั่นน้ำมันชานเมืองเตหะราน
การโจมตีของอิสราเอลสร้างความเสียหายต่อศูนย์นิวเคลียร์แนตันซ์ และศูนย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์เอสแฟฮอน แต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ฟุรโดว์ซึ่งอยู่ลึกใต้ดิน[5][6] นอกจากนี้ ยังได้คร่าชีวิตนายทหารระดับสูงหลายคน เช่น พลตรีโมแฮมแมด บาเกรี เสนาธิการทหารสูงสุด, พลตรีโฮเซน ซะลามี ผู้บัญชาการกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ตลอดจนคร่าชีวิตนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์หลายราย
อิหร่านตอบโต้
ในคืนวันที่ 13 มิถุนายน อิหร่านเริ่มการตอบโต้ด้วย "ปฏิบัติการทรูพรอมมิส 3" ด้วยการยิงมิสไซล์ครั้งละร้อยลูกสู่อิสราเอล แม้ว่าอิสราเอลมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ชื่อไอเอิร์นโดม แต่จำนวนมิสไซล์ของอิหร่านมีมากเกินกว่าที่ไอเอิร์นโดมจะสกัดได้หมด ทำให้มีมิสไซล์จำนวนไม่น้อยพุ่งใส่อาคารบ้านเรือนของอิสราเอล สถานที่สำคัญที่ได้รับความเสียหายได้แก่อาคารกองบัญชาการกองทัพอิสราเอลในเทลอาวีฟและโรงเรียนข่าวทหารที่อยู้ใกล้เคียง กระทรวงมหาดไทยในไฮฟาได้รับความเสียหายไม่มาก สำนักงานสถานทูตสหรัฐในเทลอาวีฟได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากแรงระเบิด การโจมตีโดยอิหร่านนี้ถูกทำติดต่อกันหลายวัน ประเมินกันว่าอิหร่านยิงมิสไซล์สู่อิสราเอลกว่าหนึ่งพันห้าร้อยลูกในตลอดสิบสองวัน
สหรัฐเข้าร่วมสงคราม
22 มิถุนายน 2025 กองทัพสหรัฐทำการโจมตีทางอากาศต่อสถานที่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านสามแห่ง ได้แก่ ฟุรโดว์, แนตันซ์ และเอสแฟฮอน ภารกิจโจมตีดำเนินการโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน นอร์ทธรอป B-2 Spirit จำนวนเจ็ดลำ บินตรงจากฐานทัพในรัฐมิสซูรีโดยไม่หยุดพักตลอดระยะเวลา 37 ชั่วโมง เครื่องบินหกลำได้ทิ้งระเบิดทะลวงบังเกอร์ GBU-57A/B MOP จำนวน 12 ลูกใส่โรงงานฟุรโดว์ ส่วนอีกลำโจมตีโรงงานแนตันซ์ด้วยระเบิด MOP จำนวน 2 ลูก นอกจากนี้ยังมีการยิงมิสไซล์โทมาฮอว์กจากเรือดำน้ำใส่แนตันซ์และเอสแฟฮอน
ผลของปฏิบัติการนี้ทำให้โรงงานแนตันซ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้งาน ส่วนฟุรโดว์และอิสฟาฮานได้รับความเสียหายระดับหนัก อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์จำนวนมากใส่อิสราเอล และประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อ้างอิง
- ↑ "Four Gazan rockets strike open areas in Israel". JNS.org (ภาษาอังกฤษ). 15 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "What we know as Israel-Iran conflict intensifies". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 13 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Iran's UN ambassador says 78 killed, 320 wounded in Israeli strikes – as it happened". The Guardian (ภาษาอังกฤษ). 13 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 14 มิถุนายน 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)"Israel attacks Iran's nuclear and missile sites with explosions heard across Tehran. Live updates here". CTVNews (ภาษาอังกฤษ). Associated Press. 13 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ The Guardian. (20 June 2025). A week of war that left Iran stunned and bloodied.
- ↑ "Satellite imagery reveals damage to key Iran nuclear sites". BBC (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 15 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Picheta, Rob (14 มิถุนายน 2025). "Israel attacked three key Iranian nuclear facilities. Did it strike a decisive blow?". CNN (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)